พ่อรอง ยังทำใจไม่ได้ เผยแม่ทุม มาเข้าฝันบอกเลข

พ่อรอง ยังทำใจไม่ได้ เผยแม่ทุม มาเข้าฝันบอกเลข

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2563 ที่ผ่านมา เป็นวันครบรอบ 50 วัน ของการจากไปของ แม่ทุม ครอบครัวได้จัดพิธีทำบุญอุทิศส่วนกุศลให้แม่ทุม โดย ยุ้ย ปัทมวรรณ ลูกสาว ได้โพสต์ภาพ พ่อรอง เค้ามูลคดี ยืนมองรูปแม่ทุม ด้วยสายตาที่มองภรรยาไม่ต่างจากตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ เมื่อภาพดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไป แฟนคลับต่างชื่นชมในรักแท้

ล่าสุด พ่อรองมาร่วมงานบวงสรวงละคร "วันทอง" ช่องวัน31 ที่แอ็กซ์ สตูดิโอ จ.ปทุมธานี เลยถามถึงความรู้สึกและสภาพจิตใจในช่วงนี้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง รวมทั้งเปิดใจเรื่องค่ารักษาพยาบาลที่หลายคนไม่รู้ว่าร่วม 10 กว่าปีที่แม่ทุมป่วย หมดเงินค่ารักษาพยาบาลไปร่วม 20 ล้านบาท อีกทั้งยังขายบ้านที่ลาดพร้าว71 ที่เรียกว่าเป็นรังรักไป เพื่อมารักษาแม่ทุม

ล่าสุดทำบุญครบรอบ50วันแม่ทุม

"ทำเสร็จไปเรียบร้อยแล้ว แล้วก็มีญาติพี่น้องคนที่รักทุม ก็มาช่วยกันมากมาย สภาพจิตใจตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้น ถามว่าคิดถึงมั้ย มันก็คิดถึงตลอด เวลาที่มีความสุขที่สุดก็คือการได้ออกมาทำงาน คือไม่ต้องคิดไง ได้เจอคนนู้คนนี้ แต่พอเวลากลับบ้านก็นั่งจ๋องอยู่คนเดียว มันก็คิดถึง แล้วพ่อเอารูปเขามาติดบนหัวนอนด้วย ก็เห็นตลอด ทำอะไรไม่ได้"

โซเชี่ยลแห่แชร์รูปที่พ่อมองรูปแม่ ชมว่าสายตาดูอบอุ่นด้วยความรัก

"คือเวลาพ่อมองเขาทุกครั้งพ่อก็มองแบบนี้ คือเหมือนว่าเขายังอยู่ใกล้เราตลอดเวลา"

ที่ผ่านมาพ่อกินไม่ได้นอนไม่หลับ

"ตอนนี้ก็เริ่มทานได้แล้วนะ เพราะตอนนั้นที่แม่ทุมเสีย น้ำหนักตอนนั้นลงไป 5-6 กก. ยุ้ยก็บอกว่า ไม่ได้นะ พ่อต้องทาน พ่อต้องฝืน เราก็ต้องเชื่อลูก และหลานด้วย บอกคุณตาต้องทานนะคะ ตอนนี้น้ำหนักขึ้นมา2-3กก.แล้วล่ะ"

เป็นเพราะความคิดถึง

"ต้องบอกว่าเราไม่เคยห่างกันเลยนะ ไปไหนก็ไปติดกันตลอด ทุกคนเขารู้ดีว่าไปด้วยกันตลอด เวลานอนจับมือกันนอน เวลาเราเหนื่อยกลับมาแล้วไม่ได้จับ เขาก็เอื้อมมือมาจับเรา มันก็เลยติด มันผูกพันกันมาก ตลอดระยะเวลา 52 ปี มันมีแต่สิ่งดีๆ ที่มอบให้แก่กัน

ตอนนี้30%ดีขึ้นและพอมันจะดีขึ้น ต้องเตรียมงานอีกแล้ว เพราะว่าวันที่ 15 ธันวาคม ก็ครบ 100 วัน ก็ทำบุญเหมือนเดิม แต่ใหญ่ขึ้น ทุกวันนี้พ่อก็สวดมนต์ทุกวัน และอุทิศส่วนกุศลให้เขา หวังผลบุญที่เราทำจะช่วยส่งให้เขาไปอยู่ในภพภูมิที่ดี"

ค่ารักษาพยายามรวมแล้วเป็นหลัก 10 ร่วม 20 ล้านเลย?

"ไม่เคยดู ไม่เคยสนใจด้วย เพราะลูกชายเป็นข้าราชการเขาก็เบิกได้ส่วนนึง แล้วยุ้ยก็เอาเงินมาลงกองกลางส่วนนึง รวมของพ่อด้วย แม่เขาเจ็บจริงๆ มาเป็น 10 กว่าปีแล้ว แต่ 10 กว่าปีที่ผ่านมาเราไม่รู้จักโรงพยาบาลของรัฐบาล เราไม่รู้จักใครเลย ก็เข้าโรงพยาบาลเอกชนมาโดยตลอด กรุงเทพก็บ่อย เวชธานีก็บ่อย โรงพยาบาลเอกชนค่าใช้จ่ายก็เยอะ

ทีนึงมันก็หลายแสน มันก็เป็นอยู่อย่างนี้มาโดยตลอด เราคิดว่าไม่เป็นไร ลูกก็เบิกได้ ยุ้ยก็ทำงานได้มาก็เอาเงินมาช่วย แล้วพ่อก็ยังมีแรงทำงาน หมดเท่าไหร่ก็หมดไป ขอให้คนที่เรารักเขามีชีวิตอยู่กับเราต่อไปก็พอแล้ว"

ถึงขั้นขายบ้านเลยด้วย?

"เรื่องบ้านที่ขายมันหลายอย่าง ด้วยบ้านเราอยู่ติดคลอง แล้วเขามาทำทางให้รถมอเตอร์ไซค์วิ่ง มันก็เลยทรุด เราผิดเองที่เราสร้างไปติดคลองมากไป บ้านอื่นเขาไม่ติดอย่างเรา แล้วปลวกมันก็ขึ้นด้วย แต่ประการสำคัญที่พ่อตัดสินใจขาย เพราะมองไปตรงไหนก็เห็นเขา ทุกมุมที่เขานั่งในบ้าน จะนอน จะนั่งตรงไหน ถ้าเราอยู่บ้านนั้นสุขภาพจิตเรายิ่งแย่ ก็เลยตัดสินใจขายไป"

เป็นการตัดสินใจที่ยากไหม?

"ยากมาก บ้านหลังนี้พ่อไม่ซื้อ พ่อไม่เอา เพราะสมัยก่อนลาดพร้าว71 เมื่อ10 กว่าปีที่แล้วมันเป็นป่าเป็นดง ถนนลาดพร้าวก็เล็กนิดเดียว เราบอกแม่มาซื้อทำไม ฉันเมาๆ กลับมาฉันตกคลองตายใครก็ไม่รู้ ถนนก็ไม่มีในบ้าน ตอนปลูกใหม่ๆ ต้องไปเอาไม้กระดานมาทำทาง เพราะมันเป็นดินแฉะๆ แม่เขาก็บอกว่าเขาจะซื้อ

เราก็ตามใจเขา ที่เราเสียใจเพราะบ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เขาซื้อเองด้วยเงินที่เราให้เขา โดยที่เขาไม่ได้ขอเป็นก้อนเลย เป็นเงินที่เราให้เขาสะสมไปเรื่อยๆ แล้วเขาเอาไปซื้อบ้าน ก็คุยกับลูกๆ ยุ้ยก็เห็นด้วย ยุ้ยเรียกเพื่อนเขามาดู เพื่อนเขามาดูก็บอกบ้านมันทรุด ซ่อมก็ 10 ล้าน พ่อไปซื้อใหม่ดีกว่า"

แล้วขายไปได้เท่าไหร่?

"ขายไปได้ 10 กว่าล้าน"

ถือว่าปิดตำนานบ้านลาดพร้าว71 เลยไหมที่ดาราหลายๆรุ่นที่มาเรียนรู้วิชาการแสดง?

"บ้านหลังนั้นมันเป็นตำนานจริงๆ แล้วตัวแม่ทุมเองก็เป็นตำนาน ปิดไปแล้ว จบไปแล้ว เหลือแต่ยายทุมที่ยังอยู่กับเรา"

มันทำใจยากไหมที่เราจะต้องย้ายออกจากตรงนั้น?

"โถ...ลูกเอ๋ย ขนของชิ้นสุดท้ายกว่าจะออกจากบ้านได้ ถอยมาแล้วดูอยู่นั่นแหละ ถ้าพูดแบบนวนิยายมันก็คือรังรักของเราที่เราสร้างมาด้วยกัน เงินทุกบาททุกสตางค์ เรามีความสุข ความทุกข์ มันอยู่ในบ้านหลังนี้ทั้งหมด

ตอนที่ขายเขายังอยู่ ก็บอกเขาที่โรงพยาบาลบอกพ่อตัดสินใจขายบ้านแล้วนะแม่นะ หมอบอกว่าแม่จะต้องนอนที่โรงพยาบาลอีกนาน แต่จริงๆ หมอบอกไว้แล้วว่าไม่ได้ออกหรอก พ่อเลยคิดว่าขายบ้านดีกว่า เพราะเราก็ไม่ได้อยู่"ฃ

เงินทั้งหมดที่ขายบ้านได้ก็มาลงกับการรักษาแม่ทุมหมดเลย?

"ถูกต้อง ไม่เหลือเลย ต้องบอกว่าเขาเจ็บคราวนี้จนถึงเขาเสียชีวิตแทบไม่ได้ใช้เงินเราเลย เขาเตรียมของเขาไว้ทุกอย่าง เขาเป็นผู้ให้จนวินาทีสุดท้าย งานศพเขาทำบุญ 100 วันแล้วก็ยังเหลือไปทำบุญให้เขาได้อีกเยอะมาก เขาเกิดมาเป็นผู้ให้จริงๆ"

แม่ทุมมาหาบ้างไหม?

"ก็มานะ แต่มาในฝันหรือว่าเราคิดมากไปก็ไม่รู้นะ เขามาวันแรกเมื่อวันที่ 15 ต.ค. เรานอนอยู่ก็ฝันว่ามีคนมายืนหน้าบ้าน เปิดหน้าต่างไปดู อ้าว แม่ไปยืนทำไมหน้าบ้าน เขาบอกสูบบุหรี่เสร็จก่อน เดี๋ยวควันไปโดนหลาน เราก็บอกรีบๆ เข้ามา ในฝันเราปิดหน้าต่างแล้วลงมานอนต่อ

เอ๊ะ ทำไมยังไม่เข้ามา ก็ออกไปโผล่ดู ไปไหนของเขา หันไปดูหน้าบ้านก็ไม่มี หันไปเจอบ้านเลขที่ เป็นเลข 381 ตื่นเช้ามาสะดุ้ง โทร.หาเพื่อนให้จัดการให้ อยากซื้อหวย 38 83 ก็ถูกมาหลายตังค์

เมื่อคืนก็มา มาถึงเธอๆ ซื้อหวยให้ฉันหน่อย เราก็ถามจะซื้ออะไร เขาบอก 85 เราก็บอกได้ๆ ในฝันนะ หวยมันก็ออก เราก็บอกแม่ เธอเล่นหวยไม่ดูตาม้าตาเรือ หวยมันออก 951 แต่แม่ซื้อ 85 มันก็ถูกกินสิ ในฝันนะ ฝันเมื่อคืนเลย ในฝันเขาก็มาสวยเลย เขาสวยเสมอ แต่งหน้าเหมือนเดิม ปากแดงๆ"

งานพ่อรองตอนนี้รับมากขึ้นหรือน้อยลง?

"ลดได้ยังไง พอทางนี้ปิด ทางนั้นก็เปิดใหม่ รับต่อเนื่องไปเรื่อย บางเรื่องก็แค่รับเชิญ ต้องบอกว่าเราอายุ 74 แล้ว แล้วยังมีคนเห็นคุณค่าของเรา อยากให้เราไปร่วมงานเราก็ยินดี ดีใจและภูมิใจในตัวเองที่ยังสามารถทำให้ทุกคนยังรักยังเมตตาเราอยู่ได้"

ใครขับรถให้?

"หลานขับให้บ้าง ลูกบ้าง ยุ้ยเขาไม่ให้ขับรถเองแล้ว"

ด้านสุขภาพพ่อล่ะเป็นไงบ้าง?

"ตอนนี้สุขภาพพ่อ 60% พอ"

การที่พ่อกินไม่ได้ นอนไม่หลับกังวลไหมว่าลูกๆ จะเป็นห่วง?

"นี่แหละๆ ที่กังวล ก็เลยยิ่งหนักกว่าเดิม เรานอนไม่หลับ แล้วก็เครียด เขาจากไปแล้ว เขาจะไปลำบากหรือเปล่า ลูกกลับมาดึกๆ ก็เห็นว่าพ่อทำไมยังไม่นอน เขาก็เป็นกังวล เราก็เลยต้องนอนให้หลับ"

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ