แม่น้องชมพู่ เปิดใจไม่อโหสิฆาตกร ทนายชี้ โทษจำคุกไม่ถึงประหาร

แม่น้องชมพู่ เปิดใจไม่อโหสิฆาตกร ทนายชี้ โทษจำคุกไม่ถึงประหาร

บุ๋ม ปนัดดา วงศ์ผู้ดี พิธีกรรายการ เคลียร์ให้จบ ออกอากาศทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 09.15 น. และ 14.00 น. ทางช่อง New18 วันนี้ (30 พ.ค.) เปิดใจสัมภาษณ์ สาวิตรี วงศ์ศรีชา คุณแม่ น้องชมพู่ ถึงความคืบหน้าคดีลูกสาวที่หายไปจากบ้าน ก่อนพบเป็นศพอยู่บนเขาในสภาพเปลือย

ตั้งแต่วันที่ 11 พ.ค.ที่ผ่านมา จนตอนนี้สภาพจิตใจเป็นยังไง

ก็ดีขึ้นกว่าตอนน้องหายค่ะ แต่ถามว่าเสียใจอยู่มั้ยแน่นอนค่ะ คิดถึงลูกทุกวัน ยิ่งเงียบยิ่งคิดถึงมากค่ะ

ย้อนความสักนิดว่าวันนั้นเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้น

ตอนเช้าเรากินข้าวด้วยกันเสร็จ 4 คน พ่อแม่ลูก พ่อขับรถออกไปไถนารับจ้าง แม่ไปสวนยางเพื่อวัดที่ค่ะ แล้วพอวัดที่เสร็จแม่ก็หยอดน้ำกรด มีญาติโทรมาถามว่าชมพู่ได้ไปด้วยมั้ย น้องได้ไปนากับตามั้ย สวนยางก็อยู่ติดกัน ก็เลยถามว่าทำไมเหรอ ชมพู่หายไปไหน เขาก็บอกว่าหาชมพู่ทั่วบ้านแล้วไม่เจอ ก็เลยโทรมาถามนี่แหละว่าตาได้พาน้องไปมั้ย ก็ตกใจก็เลยรีบกลับไปหาลูกที่บ้าน พอไปถึงบ้านเพื่อนบ้านช่วยหาแล้ว รู้สึกลูกเราน่าจะหายจริงๆ ก็ตกใจ ตอนแรกไม่วิ่งขึ้นเขา โทรหาพ่อให้เขาเข้ามา แล้วพากันวิ่งขึ้นเขา เพราะคิดว่าเด็กไปเอง เพราะรองเท้าน้องไปด้วย ปกติน้องไม่ทิ้งรองเท้า ก็ขึ้นเขาไปไกลอยู่ค่ะ เพื่อนบ้านช่วยหากันหมด

จากบ้านไปถึงเขาห่างกันแค่ไหน

เป็นสวนมันก่อนค่ะ จากบ้านพ้นสวนมันประมาณร้อยเมตรก็เป็นเชิงเขาแล้วค่ะ ญาติเรารู้ว่าน้องหายช่วงประมาณ 9 โมงค่ะ

เปิดอก แม่น้องชมพู่ ไม่อโหสิฆาตกร- ทนายชี้! โทษสูงสุดจำคุกไม่ถึงประหาร

น้องอยู่กับใครก่อนหาย

พี่สาวค่ะ พี่สาวอายุ 13 ค่ะ

ความรู้สึกตอนวิ่งหาลูก

มันใจหาย คิดว่าเราต้องหาให้เจอ ยิ่งไกลเท่าไหร่แล้วเราก็ยังหาไม่เจอ ก็คิดว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่น้องจะไปไกลขนาดนี้ น้องไม่เคยออกจากบ้าน จะเล่นที่บ้านตัวเองและบ้านน้าต่าย

รู้สึกไม่ดี มีการแจ้งตำรวจและมีการหากัน นานแค่ไหนถึงเจอตัวน้อง

เย็นวันที่ 14 ค่ะ มืดแล้ว มีคนให้เบาะแสมาว่ามีตากับยายขึ้นเขาเก็บผักหวานแล้วเจอรองเท้า แกสงสัยว่าทำไมมีรองเท้าเด็กอยู่บนเขา แกไม่รู้ข่าวว่ามีเด็กหาย แล้วมีชาวบ้านในหมู่บ้านตากับยายโทรมาบอกคนในหมู่บ้านเราที่รู้จักกัน เจ้าหน้าที่อุทยานได้ยิน ก็ไปรับตัวยายมา แล้วให้ดูรูปรองเท้า ยายก็ยืนยันว่าใช่ ชาวบ้านก็เฮกันใหญ่เลย แล้วก็พากันขึ้นไปค่ะ

เจอน้องชมพู่ที่ไหน

ห่างจากรองเท้า 10 เมตรค่ะ ลักษณะน้องเป็นยังไง แม่ยังฟังไม่ได้จนทุกวันนี้ ได้ยินแล้วจะเดินหนีค่ะ

ตอนได้ยินว่าเจอร่างลูก

ตอนแรกเราดีใจตั้งแต่ยายว่ารองเท้าน่ะใช่ เราดีใจคิดว่าลูกเรารอดแล้ว แต่สักพักเจ้าหน้าที่ขึ้นเขาไป พ่อชมพู่ถามเพื่อนที่ขึ้นเขา เขาบอกว่าให้ทำใจดีๆ น้องเสียแล้ว ทีนี้ก็วูบกันไปเลย มันดีใจและเสียใจในเวลาใกล้ๆ กัน เราไม่ได้คิดเลยว่าจะเจอน้องสภาพไหน

มีพยานหลักฐานเชื่อมโยงอะไรบ้าง ณ ตอนนี้ที่ตร.บอก

ตร.ยังไม่มีอะไรบอกแม่ค่ะ แม่ก็ดูข่าวเอา ตร.วุ่นมากค่ะเขาทำงานอย่างหนักเพื่อลูกของเรา เราจะไม่กวนไม่โทรไปยุ่งว่าได้อะไรหรือยัง ทำไมช้าจัง คิดว่าท่านทำงานเต็มที่ค่ะ

พยานหลักฐาน ดีเอ็นเอ ตร.บอกว่าผู้ต้องสงสัยเหลือแค่ 2 คน

แม่ก็ไม่รู้ว่าที่เหลือ 2 คนนี่ตร.หมายถึงใคร ถ้าเจอคนร้ายอยากพูดว่าจะไม่อโหสิให้เลย แม่รู้เลยว่าเขาคงไม่ต้องการคำนี้ เพราะมันน้อยเกินไป มันต้องชดใช้ด้วยชีวิตค่ะ ก็ขอบคุณที่ตร.ช่วยเรา รู้ว่าทำงานหนัก แต่อยากให้จับคนร้ายได้เร็วๆ ทุกคนในหมู่บ้านก็ผวากันค่ะ รวมทั้งครอบครัวเราด้วย ในหมู่บ้านมีเด็กๆ ประมาณ10 คนที่เลี้ยงเหมือนชมพู่ พ่อแม่ไปทำงานและปล่อยให้เขาเล่นกันเป็นกลุ่ม ตั้งแต่เจอศพชมพู่ไม่มีใครปล่อยให้ลูกมาเล่นแล้ว เงียบเลย เขาจะเอาลูกไปไร่ไปสวนด้วยเลย

ถาม ทนายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร กรณีน้องชมพู่ที่คนร้ายลักพาตัวไป ถ้ามีทั้งอนาจารข่มขืนฆ่าถึงแก่ชีวิต โทษสูงสุดประหารเลยมั้ย

อันนี้ยากนะครับ เพราะน้องชมพู่ยังไม่มีหลักฐานชี้ชัดว่าถูกทำให้ตายยังไง ถ้าเป็นเด็ก 2-3 ขวบ ถูกปล่อยในป่าประมาณ 2 กิโล น่าเชื่อได้ว่าตั้งใจให้เสียชีวิตอยู่แล้ว อันนี้ทางกฎหมายอาจไปไม่ถึงความผิดต่อชีวิต แต่อาจไปโดนเรื่องข้อหาพรากผู้เยาว์ อนาจาร ถ้าเกิดมีการกระทำทางเพศกับตัวเด็กก็จะโดนข้อหาข่มขืนกระทำชำเราเด็ก ซึ่งโทษสูงสุดแค่จำคุกตลอดชีวิต ไม่ได้ไปถึงประหารชีวิตขนาดนั้น

ทำขนาดนั้นเนี่ยนะ

ใช่ครับ มันพิสูจน์ยาก คดีที่เกิดขึ้นในป่าเขา ไปเดินลุยป่าเขามาหลายคดี พอไปดูในที่เกิดเหตุ จะมีวัตถุพยานที่สำคัญมากๆ แต่ส่วนใหญ่หลักฐานที่จะใช้เอาผิดได้ค่อนข้างยาก คดีนี้ยากมากเลยนะครับ ไม่ได้ง่ายนะ มีความสลับซับซ้อน ถ้าใครคลี่คลายได้ถือว่าชั้นเซียนเลย คดีแบบนี้ไม่ได้เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศไทย เมื่อปีที่แล้วมีเด็กหายในไร่อ้อยสุพรรณบุรี ตร.สุพรรณฯ เก่งสามารถหาคนร้ายและตั้งข้อกล่าวหาได้ แต่ชมพู่ต้องมาดูว่าตร.ในพื้นที่มีความสามารถแค่ไหน เป็นเรื่องท้าทายกระบวนการมาก เพราะผมเป็นคนหนึ่งที่เชื่อว่าเด็กไม่สามารถเดินไปเองได้ 2 กิโล ยังไงก็ต้องเป็นคนใกล้ตัว เป็นคนที่รู้จักมักจี่กับคนในพื้นที่เป็นอย่างดี ไม่มีทางเป็นคนนอกหมู่บ้าน ยิ่งเป็นคนสังคมชนบทแบบนั้นถ้าเป็นคนนอกหมู่บ้านเข้ามา เขาต้องรู้ว่าเป็นใคร แต่อาจเป็นไปได้ว่าคนที่เกี่ยวพันกับยาเสพติดอาจถูกตั้งข้อสงสัยก่อนว่าไปกระทำน้องหรือเปล่า ตอนนี้เราต้องเอาใจช่วยเจ้าหน้าที่ตร. ให้หาให้เจอว่าเสื้อผ้าที่ไม่เจอของเด็ก หรือเสื้อที่เจอแล้ว มีคราบดีเอ็นเอปนเปื้อนของบุคคลอื่นนอกจากพ่อแม่หรือไม่ ถ้ามีนี่คือหลักฐานที่จะมัดตัวคนร้ายได้

มีคนคิดว่าเอาไปทำไสยศาสตร์

ผมว่าไม่ใช่หรอกครับ ไสยศาสตร์เป็นลักษณะขุดศพเอามาทำ ไม่ใช้เด็กเป็นๆ เอามาทำ จุดมุ่งหมายคนพาเด็กไป อาจพาไปเพื่อต้องการอนาจารทางเพศมากกว่า

ขอบคุณข้อมูลจาก รายการ เคลียร์ให้จบ

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ