เส้นทางเศรษฐี ปลูก ตะไคร้ เสริมรายได้ลงทุนนิดเดียว กำไรเป็นแสน

เส้นทางเศรษฐี ปลูก ตะไคร้ เสริมรายได้ลงทุนนิดเดียว กำไรเป็นแสน

ช่วงเวลาข้าวยากหมากแพงแบบนี้อะไรที่หยิบจับเป็นเงินได้ก็ทำในทันที อย่างผัก ผลไม้ บางอย่างราคาพุ่ง ของบางอย่างราคาลด บางทีหากเราปลูกไว้ใช้เองแถมถ้าเหลือก็เอาไปขายได้กำไรอีกด้วย

วันนี้ทีมงาน siamstreet เลยนำตัวอย่างอาชีพหนึ่งที่ใครก็สามารถที่จะทำได้เเถมนำไปขายเเต่ละทีรายได้มหาศาลกันเลยทีเดียว นั่นก็คือ “ตะไคร้” เองจ้า ตะไคร้จัดได้ว่าเป็นพืชเศรษฐกิจที่มีราคาสูง เกษรตกรที่ว่างเว้นจากการทำนาก็สามารถที่จะมีรายได้เสริมเพียงเเค่ใช้พื้นที่ว่างเพียงเล็กน้อยเเล้วลงมื่อปลูกตะไคร้เท่านี้เราก็มีรายได้นอกเหนือจากการทำนาเเล้ว เพราะตะไคร้จัดได้ว่าเป็นพืชที่อยู่คู่กับคนไทยมานาน เเละความต้องการของตลาดก็สูง

ส่วนของเหง้าและลำต้นแก่ ใช้เป็นส่วนประกอบของอาหารที่สำคัญหลายชนิดเช่น ต้มยำ และอาหารไทยหลายชนิด ให้กลิ่นหอม มีสรรพคุณทางยาเช่น บำรุงธาตุ แก้โรคทางเดินปัสสาวะ ขับลมในลำไส้ทำให้เจริญอาหาร แก้โรคหืด แก้อหิวาตกโรค บำรุงสมอง ช่วยให้สมาธิดี ต้มกับน้ำใช้ดื่มแก้อาเจียน ใช้ต้นสดโขลกคั้นเอาน้ำดื่มแก้อาการเมาในกรณีผู้ที่เมามากๆ ช่วยให้สร่างเร็ว

ส่วนหัวสามารถใช้แก้โรคเกลื้อน ท้องอืดท้องเฟ้อ เป็นนิ่ว มากไปกว่านั้นยังสามารถทำเป็นอาหารช่วยนอนหลับ ช่วยลดความดันสูง น้ำมันตะไคร้หอมใช้ทากันยุงได้ ถ้าปลูกใกล้ผักอื่นๆ จะช่วยกันแมลงได้และยังให้กลิ่นหอม ที่ดับกลิ่นบางชนิดใช้ตะไคร้เป็นส่วนผสมเพราะมีกลิ่นที่หอม และที่กำจัดยุงบางชนิดก็ใช้ตะไคร้เป็นส่วนผสมด้วยเนื่องจากมีกลิ่นที่แรงจึงช่วยทำให้ไล่ยุงได้ นอกจากนี้ตะไคร้ยังแก้กลิ่นคาวหรือดับกลิ่นคาวของปลา และเนื้อสัตว์ได้ดีมากๆ

ภาพจาก เส้นทางเศรษฐี

ความคุ้มค่าในการลงทุน

ต้นพันธุ์สามารถซื้อตะไคร้ที่เขาขายตามตลาดมาก็ได้ นำมาแช่น้ำให้รากออก (ใช้เวลาประมาณ 3 วัน) แล้วนำลงปลูก ไม่ต้องลงทุนเพิ่มอีกเพราะสามารถตัดได้ตลอด

สำหรับราคาตะไคร้ประมาณ กิโลกรัมละ 15-30 บาท หนึ่งไร่สามารถให้ผลผลิตได้สูง 1-3 ตันในการเก็บเกี่ยว ใช้เวลาตั้งแต่การปลูกจนถึงเก็บขาย ประมาณ 6 เดือน ปีหนึ่งสามารถทำได้ 2 ครั้ง คิดเป็นเงินแบบต่ำสุดก็ราวๆ 30,000 บาท/ ปี/ ไร่ (15 บาท x 1000 กิ โลกรัม x 2 ครั้งต่อปี) ซึ่งถือว่าทำกำไรต่อไร่ได้ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

วิธีการปลูกให้ได้ผลผลิตสูงๆ

1. เลือกพันธุ์ที่ดี สำหรับตระไครในบ้านเราที่นิยมปลูกกันมีอยู่ 2 สายพันธุ์ นั่นก็คือพันธุ์พื้นบ้าน และก็พันธุ์เกษตร ซึ่งแนะนำให้ปลูกพันธุ์เกษตรเพราะให้ผลผลิตที่สูงกว่า ลำต้นใหญ่กว่าพันธุ์พื้นบ้าน มีราคาเท่ากัน

2. ตัดใบ (เพื่อลดการคลายน้ำ )และรากของตะไคร้ออก เพื่อเตรียมการปลูก เกษตรกรสามารถที่จะนำต้นตระไคร้แช่น้ำไว้สัก 5 วันก่อนการปลูกเพื่อให้มั่นใจว่าตะไคร้มีรากงอกออกมานั้นแปลว่าปลูกได้ 100 เปอร์เซ็นต์

3. การเตรียมดิน ทำการไถพรวนดินสัก 2 รอบ ยกร่องได้จะดีมากโรยปูนขาวเพื่อปรับสภาพดิน ทิ้งไว้ 5- 7วัน ก่อนทำการปลูก

4. ขุดหลุมสำหรับปลูกต้นตะไคร้ขนาด 25 X25 เซ็นติเมตร (2จอบ) ลึก 25 เซ็นติเมตร นำปุยคอกผสมกับดินคลุกให้เข้ากันปักต้นพันธุ์ตะไคร้ลงดินให้มีลักษณะเอียง 45 องศา ลึก 5 เซนติเมตร จำนวนหลุมละ 2 ต้น

5. รดน้ำในช่วงแรกๆ 2-3 วันต่อครั้ง หลังจากตะไครเริ่มงามแล้ว สัปดาห์ละครั้ง แนะนำให้ทำเป็นระบบให้น้ำผ่านทางท่อเพื่อลดการใช้แรงงานและเวลาในการรดน้ำ

6. เมื่อเข้าเดือนที่ 3 สามารถเริ่มให้ปุ๋ยเร่งสูตร 46-0-0 หรือใครที่จะทำเป็นออแกนิกส์ก็เปลี่ยนเป็นปุ๋ยคอก เสร็จแล้วรดน้ำอีกครั้ง

7. เมื่อเข้าเดือนที่ 6 ก็สามารถเก็บขายได้เลย โดย 1 กอสามารถให้ผลผลิตได้ 6-10 กิโลกรัม

สำหรับแมลงศัตรูพืชไม่มีให้มารบกวนแน่นอน เพราะตัวตะไคร้เองมีสารสำหรับไล่แมลงอยู่แล้วหายห่วง แถมลดต้นทุนได้อีกมาก ต้นทุนต่อไร่ให้สูงสุดไม่น่าจะเกิน 3,000 บาท

การตกแต่งตะไคร้เพื่อส่งขาย

ตะไคร้เมื่อตัดมาแล้วใบจะยาวและมีก้านสีน้ำตาลแห้งๆ ติดมาด้วยให้ตัดก้านใบที่แห้งออกให้หมด รวมถึงต้องลอกก้านใบที่อ้าออกมาด้วยให้เหลือแต่ต้นกลมๆ ใบก็ตัดออกครึ่งหนึ่งถ้าตัดแล้วยังไม่ขายสามารถแช่น้ำไว้ได้โดยตั้งต้น ตะไคร้ให้ตรงในภาชนะทรงกระบอก ใส่น้ำพอท่วมกกตะไคร้ตะไคร้จะอยู่ได้ประมาณ 1-2 วันแล้วจึจะแตกราก ถ้าแตกรากแล้วขายไม่ได้ เก็บไว้ทำพันธุ์ขยายปลูกต่อไป

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ