จ้างเลิกกัน 10 ล้าน! หนุ่ม 20 กว่าๆ หอบกระเป๋าเงินใบใหญ่ มาให้แฟนสาวในบาร์ เพื่อขอเลิก แต่กลับไม่เป็นตามคาด สุดท้ายเรื่องถึงตำรวจ!

จ้างเลิกกัน 10 ล้าน! หนุ่ม 20 กว่าๆ หอบกระเป๋าเงินใบใหญ่ มาให้แฟนสาวในบาร์ เพื่อขอเลิก แต่กลับไม่เป็นตามคาด สุดท้ายเรื่องถึงตำรวจ!

เมื่อ 10 พ.ค.61 เว็บไซต์ Shanghaiist รายงานข่าวสุดอึ้ง จนเรื่องถึงตำรวจ เมื่อมีพนักงานในบาร์แห่งหนึ่ง ในเมืองหางโจว ประเทศจีน พบกระเป๋าเดินทางใบหนึ่ง ซึ่งหนักเอาการ ถูกวางทิ้งไว้ภายในร้าน จึงคาดว่าลูกค้าคงลืมไว้เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ 6 พ.ค.ผ่านมา และเมื่อเปิดกระเป๋าดูต้องตะลึงหนัก เพราะข้างในมีแต่เงินเต็มกระเป๋าเป็นแบงก์ หรือธนบัตรใบละ 100 หยวนเป็นปึกๆ จนทำให้ผู้จัดการบาร์แห่งนี้รีบโทร.แจ้งตำรวจให้มารับกระเป๋าเดินทางใบนี้ด้วย เนื่องจากมีลูกค้าทิ้งไว้ และเมื่อนับดูเงิน ปรากฏว่ามีเงินในกระเป๋ามากถึง 2 ล้านหยวน หรือร่วม 10 ล้านบาท

ตามรายงานของสำนักข่าวซินหัวของจีนระบุว่า หลังจากตำรวจนำกระเป๋าเดินทางใบนี้มาถึงสถานีตำรวจแล้ว ปรากฏว่า เจ้าของกระเป๋า ได้มายังสถานีตำรวจแห่งนี้ ซึ่งเรื่องที่ต้องแปลกใจหนักก็คือ เขายังเป็นชายหนุ่มอายุแค่ประมาณ 20 ปีกว่าๆ โดยเขามาที่สถานีตำรวจพร้อมกับหญิงสาวรุ่นราวคราวเดียวกัน และพนักงานในบาร์ที่เจอกระเป๋าเดินทางใบนี้

เมื่อตำรวจถามเจ้าของกระเป๋าว่า ทำไมจึงนำเงินมากขนาดนี้เข้าบาร์ ชายหนุ่มได้เล่าว่า เงินเหล่านี้เป็นเงินที่เขานำมาเพื่อจะมอบให้อดีตแฟน คือ หญิงสาวคนที่มาด้วยนี้ เป็นค่าเลิกรากัน ทว่าอดีตแฟนสาว ได้ร้องขอเงินค่ายุติความสัมพันธ์จากเขาเป็นเงินถึง 5 ล้านหยวน หรือราว 25 ล้านบาท แต่ชายหนุ่มบอกว่าวันนี้เขามีเงินมาแค่ 2 ล้านหยวนเท่านั้น จากนั้นเขาจึงวางกระเป๋าไว้ และเดินออกจากบาร์ไป โดยที่ไม่รู้ว่าฝ่ายหญิงไม่ได้หยิบกระเป๋าเดินทางออกจากบาร์ไปด้วย

ด้านอดีตแฟนสาวของหนุ่มรวยคนนี้ ยืนยันกับตำรวจว่าเรื่องที่ฝ่ายชายเล่ามาทั้งหมดเป็นความจริง เขาบอกว่ามีเงินให้เธอ ค่าเลิกกันแค่ 2 ล้านหยวน เธอว่ามันน้อยไป จึงเดินออกจากร้านด้วยความไม่พอใจ โดยที่ไม่ได้หยิบกระเป๋ามาด้วย แต่หลังจากออกจากร้านแล้ว หญิงสาวได้โทรหาอดีตแฟนหนุ่มคนนี้ เพื่อบอกเขาว่าเธอไม่ได้หยิบกระเป๋ามา ชายหนุ่มจึงรีบกลับไปที่บาร์ และพนักงานได้บอกว่ามอบกระเป๋าเดินทางให้กับตำรวจไปแล้ว โดยตามรายงานข่าวระบุว่า ชายหนุ่มคนนี้เกิดในตระกูลร่ำรวยในจีนตระกูลหนึ่ง และเป็นรุ่นที่ 2 ครอบครัวของเขาทำงานในแวดวงไอที ส่วนประวัติภูมิหลังของฝ่ายหญิงนั้นไม่มีการเปิดเผย.

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ