บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ สร้างบ้านคนชรา ความดีที่ไม่ได้ประกาศให้ใครรู้

บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์ สร้างบ้านคนชรา ความดีที่ไม่ได้ประกาศให้ใครรู้

เป็นศิลปินนักแสดงคนหนึ่งและคนสำคัญที่อุทิศตนทำการกุศลอย่างจริงจังและมุ่งมั่นมานานต่อเนื่องกว่า 30 ปีเป็นที่ประจักษ์ชัดเจน ทั้งในฐานะอาสาสมัครมูลนิธิร่วมกตัญญูและจิตอาสาช่วยเหลือคนชรา "บิณฑ์ บรรลือฤทธิ์" ทางแฟนเพจ "พิสูจน์ความจริง" ได้โพสต์ข้อความว่า หนุ่มบิณฑ์ควักทุนจากน้ำพักน้ำแรงของตนเอง รวมถึงทุนบริจาคของผู้มีจิตศรัทธา เพื่อมาสร้างบ้านให้คนชราที่ถูกทอดทิ้งด้วยการรับมาดูแล

"บ้านแห่งความสุข ที่ก่อตั้งขึ้นจากทุนบริจาคของผู้มีจิตศรัทธาและน้ำใจจากคนในสังคม บนพื้นที่ 1 ไร่ ในตำบลไทรใหญ่ อำเภอไทรน้อย จังหวัดนนทบุรี โครงการนี้เกิดจากความปรารถนาอันแรงกล้าของคุณบิณฑ์ ที่จะให้เป็นพื้นที่สำหรับคนชราและผู้สูงอายุที่ถูกทอดทิ้งให้ใช้ชีวิตตามลำพัง

ไม่มีบุตรหลานหรือญาติพี่น้องที่จะพึ่งพึงได้ ติดตามเรื่องราวนี้ในรายการพิสูจน์ความจริง" เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งนักแสดงที่น้ำใจงามเหลือล้นจริง ๆ สำหรับเจ้าหน้าที่ประจำบ้านจำนวน 6 คน "บิณฑ์" ในฐานะพ่อบ้านบอกว่า ต้องพิจารณา และคัดเลือก รวมถึงเช็กประวัติกันอย่างละเอียด เพราะงานดูแลผู้สูง อายุต้องใช้ประสบการณ์ และหัวใจบริการ

"แม้ในบ้านจะติดตั้งกล้องวงจรปิดไว้ตามจุดต่างๆ แต่การคัดเลือกเจ้าหน้าที่มาดูแลก็สำคัญมาก ไม่ว่าจะจบอะไรมา เราจะดู และตรวจสอบอย่างละเอียดก่อนว่า เคยผ่านงานในลักษณะนี้มาหรือไม่ คุณมีจิตใจเป็นอย่างไร ไม่ใช่เข้ามาดูแลแล้วเครียด หรืออารมณ์เสียใส่ผู้สูงอายุ ส่วนตัวยอมรับว่ากลัว เพราะเราเห็นคลิปในโซเชียลฯ ต่างๆ ดังนั้นเราต้องการคนทำงานที่มีใจรักจริงๆ มีความเสียสละ และความอดทนสูง ซึ่งเราไม่ได้ให้มาทำงานฟรีๆ นะ เรามีตอบแทนให้พวกเขา

ส่วนในกลุ่มจิตอาสา ผมมองว่า ถ้าวันศุกร์เย็นๆ หรือวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ คุณไม่ได้ไปไหน อยากมาช่วยเหลือ ผมยินดีอย่างมาก เช่น มาช่วยป้อนข้าว อาบน้ำให้ผู้สูงอายุ หรือมาทำกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ในบ้านหลังนี้ โดยทางเราจะมีที่พักพร้อมอาหารเตรียมไว้ให้ รวมไปถึงรถรับ-ส่ง ซึ่งเราก็เตรียมไว้บริการทุกท่าน"

คุณเป็นดาราคนแรกที่อุทิศตัวเพื่อผู้อื่นขนาดนี้ มันได้อะไรตอบแทนครับ "ไม่ได้อะไร (นิ่งนึก) อย่างนึงคือความสุขนะที่ผมได้เต็มๆ บางคนทำสิ่งดีๆหวังจะได้บุญ หวังได้อะไรตอบแทนที่ดีๆ แต่ผมไม่เคย

เวลาผมทำบุญไหว้พระ ผมไหว้ด้วยความนับถือไม่ขออะไรทั้งนั้น เพราะการขอแล้วไม่ได้ มันมีแต่คิดมาก ทำดีแล้วไม่เห็นจะได้อะไรดี ถ้าผมคิดแบบนี้ ผมเลิกทำดีไปนานแล้ว บางครั้งผมเคยขอแล้วมันไม่ได้ หนังผมเจ๊งก็มี (หัวเราะ) แต่อย่างน้อยเราได้สิ่งที่ดีๆกลับมา ได้เห็นรอยยิ้ม คราบน้ำตาของเขา เหล่านี้มันเป็นแรงใจให้เรา

ลองคิดนะ เรามี 10 ล.เรามีความสุขไหม ใช่เรามีความสุข แต่แล้วยังไงต่อ แต่ถ้าอยากจะสุขมากขึ้นลองเอา 10 ล.นี้ไปให้คนอื่นสิ เราจะเห็นคนอื่นๆมีความสุข มาไหว้ มากอด แม่งมีความสุขมากกว่า นี่คือสิ่งที่ผมคิด อย่าไปคิดว่าทำดีแล้วต้องได้ดี ให้ไปเถอะ จะได้อะไรกลับมามั้ย อย่าไปคิด ถ้าคิดแบบนั้นมันเสียกำลังใจ การให้ต้องไม่หวังผลตอบแทน"

:: ร่วมแสดงความคิดเห็นกับสิ่งนี้

:: เนื้อหาข่าวที่น่าสนใจ